Last Match
World Cup
2 : 1
ไทย vs ญี่ปุ่น
9.30 น. Friday 27/7/2012
สนาม Gölbaşı
Next Match

งานแถลงข่าวฟุตซอลคนหูหนวกชิงแชมป์โลก ไทยหวังเข้าชิง!

Sat, 12/11/2011

ผ่านไปแล้วอย่างเรียบง่ายกับงานแถลงข่าวสู้ศึก World Deaf Futsal Championships 2011 ครั้งที่ 3 ที่จะแข่งขันกันที่ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 18–26 พฤศจิกายน 2554 งานแถลงข่าวจัดขึ้นที่ห้องประชุมรอดโพธิ์ทอง ณ สนามศุภชลาศัย มีสื่อมวลชนมาทำข่าวครั้งนี้จำนวนไม่น้อย

คุณสุชาติ แจสุรภาพ กล่าวว่า "โจทย์ในครั้งนี้ค่อนข้างหนักเนื่องจากผลงานที่ทำไว้ในศึกฟุตซอลคนหูหนวกชิงแชมป์โลก ในครั้งที่แล้วที่แข่งขันกันที่กรุงโซเฟีย เราทำกันได้ดีมากและคว้าอันดับ 2 มาได้ โดยทางเราหวังว่าจะทำได้ดีเท่าเดิมเป็นอย่างน้อย เพราะทางสมาคมก็ถือว่ามีความพร้อมมากกว่าการแข่งในครั้งที่แล้ว โดยมีงบประมาณการทำทีมครั้งนี้ประมาณ 3.8 ล้านบาท และได้มีการเก็บตัวนักกีฬามาประมาณ 2 เดือนเศษโดยหวังว่าทีมชาติไทยเราจะทำผลงานได้ตามเป้าหมาย"

ในส่วนของหัวหน้าผู้ฝึกสอน คุณประดิษฐ์ สุริวัฒน์ ก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า "อย่างน้อยเราต้องทำผลงานได้เท่าเดิมเป็นอย่างน้อย คือต้องเข้าชิง แต่เราก็หวังว่าในปีนี้เราต้องเป็นแชมป์ให้ได้"

นักกีฬา ทีมโค้ช ผู้สนับสนุน และนายกสมาคมกีฬาคนหูหนวก ถ่ายภาพร่วมกันในงานแถลงข่าวที่ห้องรอดโพธิ์ทอง สนามศุภชลาศัย

ด้านคุณอัครวัฒน์ มั่นปิยพงศ์ เมื่อครั้งมีโอกาสให้โอวาทแก่นักกีฬาฟุตซอลหูหนวกทุกคนผ่านทางล่ามสัปดาห์ก่อน ได้บอกให้นักกีฬาทุกคนสู้อย่างเต็มที่ และอวยพรให้นักกีฬาทุกคนโชคดีในการแข่งขันในครั้งนี้ "ผมมั่นใจว่าการแข่งขันฟุตซอลโลกในครั้งนี้ทีมชาติไทยเรามีโอกาสคว้าแชมป์ในครั้งนี้ได้แน่"

ด้านกัปตันทีมชาติคนเก่ง เจ้าของเสื้อเบอร์ 10 อโณทัย สาธิยมาส ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับทางเราอย่างอายๆผ่านล่ามภาษามือดังนี้

นักข่าว: รู้สึกอย่างไรกับการที่ได้เป็นตัวแทนระดับชาติไปแข่งขันในครั้งนี้ครับ
อโณทัย: รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้มีโอกาสได้ไปแข่งอีกครั้งทั้งๆที่ทีมที่เราจะไปแข่งด้วยนั้นเป็นทีมชาติดังๆอย่าง อิตาลี บราซิล เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ และรู้สึกเหมือนตัวเองก็ไม่ได้ต่างจากคนทั่วๆไป

นักข่าว: คาดหวังอย่างไรกับการไปแข่งฟุตซอลในครั้งนี้
อโณทัย: 4 ปี ที่แล้วเราได้ถึงรองแชมป์ปีนี้โดยส่วนตัวผมก็อยากจะคว้าแชมป์ให้ได้ เพราะว่าอายุก็เริ่มมากแล้ว ก็จะพยายามทำให้เต็มที่

นักข่าว: ฝากอะไรถึงแฟนฟุตซอลชาวไทย?
อโณทัย: ก็อยากให้คนไทยส่งกำลังใจไปเชียร์ด้วย เพราะยังไงพวกผมก็เป็นคนไทยเหมือนกันครับ

และนี่ก็คือบทสัมภาษณ์สั้นๆง่ายๆ ที่คงเข้าถึงความรู้สึกของแฟนฟุตซอลชาวไทยไม่มากก็น้อย

สำหรับรายชื่อนักกีฬาและบรรดาสตาร์ฟโค้ชฟุตซอลหูหนวกทีมชาติไทยที่จะไปแข่งขันที่ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 18–26 พฤศจิกายน 2554 มีดังนี้

เจ้าหน้าที่ทีม: นายประดิษฐ์ สุริวัฒน์ ผู้ฝึกสอน, นายมงคล แหวนตราพันธ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นายสมบุญ อินอ่อน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, สิบเอกอิทธิพัทธ์ วิชิตนาค โค้ชผู้รักษาประตู, นายอุดม เอ็นดู โค้ชฟิตเนส, นายมานะชัย สิทธิสาร เจ้าหน้าที่ทีม, นางสาวชนินันท์ แย้มขวัญยืน ล่ามภาษามือ

รายชื่อนักกีฬา (เบอร์เสื้อ): นายสมวรรณ สีทาสังข์ (1), นายเกียรตินันท์ สำราญปภัสสร (2), นายอำนวยชัย เพียขันทา (3), นายศุภชัย แซ้ตั้ง (4), นายปฏิพล สิงห์แก้ว (5), นายจักรวาฬ สิทธิการณ์ (6), นายจำลอง บ่อนา (7), นายอนุพงษ์ ภูมิลา (8), นายสมศักดิ์ ทองดี (9), นายอโณทัย สาธิยมาส (10) กัปตันทีม, นายนเรศ นุ่มภักดี (11), นายณัฐวุฒิ ฮะบุญมี (12)

สำหรับพลพรรคนักกีฬาฟุตซอลคนหูหนวกรวมทั้งบรรดาสตาร์ฟโค้ชทีมชาติไทย ชุดไปสู้ศึกฟุตซอลคนหูหนวกชิงแชมป์โลกที่ แข่งขันกันที่ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ระหว่างวันที่ 18–26 พฤศจิกายน 2554 โดยจะออกเดินทางไปยังกรุงสต็อกโฮล์ม ในคืนวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 ด้วยเที่ยวบิน TG960 ของการบินไทย และจะเดินทางกลับในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 กองเชียร์สามารถเดินทางมาให้กำลังใจได้ตั้งแต่เวลาสามทุ่มเป็นต้นไป

สำหรับการแข่งขันนั้น ทีมชาติไทยถูกจับอยู่ในสาย D ร่วมกับทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ (รองแชมป์โลกครั้งแรก) ยูเครน (แชมป์โลกครั้งที่สอง) และเดนมาร์ก โดยนัดแรกจะพบกับเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 นัดที่สองรอบแบ่งกลุ่มจะพบกับเดนมาร์กในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 สำหรับนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มทีมชาติไทยจะได้ล้างตาพบกับทีมแชมป์เก่าอย่างยูเครน ที่คราวที่แล้วเฉือนชนะเราอย่างสุดมันส์คว้าชัยไป 3-2 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2554

รอบ 2 จะแข่งขันกันในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554
รอบรองชนะเลิศ จะแข่งขันกันในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554
รอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันกันในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2554

หวังว่าแฟนฟุตซอลชาวไทย จะเอาใจช่วยบรรดานักกีฬาคนหูหนวกสู้ศึกครั้งสำคัญในครั้งนี้ และคว้าแชมป์มาครองให้ได้ตามเป้าหมายในฐานะตัวแทนของชาวไทยทั้งประเทศ

สำหรับรายงานข่าวชิ้นนี้ต้องขอขอบคุณคุณตู๋ตี๋ครับ

จะคอยเชียร์อยู่ห่างๆ ที่ไทยนะค้าบ