Last Match
World Cup
2 : 1
ไทย vs ญี่ปุ่น
9.30 น. Friday 27/7/2012
สนาม Gölbaşı
Next Match

ยูเครนเก็บเรียบทุกทีมในสาย เข้ารอบพร้อมอัศวินสีส้ม ไทยตกรอบแรกด้วยสกอร์ 3-7

Sun, 20/11/2011

วันนี้เวลา 11.20 น. ที่สนาม Idrottshuset (สนามใหญ่) ทีมไทยแข่งกับยูเครนซึ่งมีดีกรีเป็นแชมป์โลกครั้งที่แล้ว ทางด้านทีมนักกีฬาไทยเอง ก็มีตำแหน่งเป็นถึงรองแชมป์โลกครั้งที่แล้วและแชมป์เอเชียแปซิฟิคในปีที่ผ่านมา แต่โชคชะตาพาให้จับฉลากโคจรมาเจอกันตั้งแต่รอบแรกนี้แล้ว งานนี้ทั้งสองชาติก็แลกกันเต็มที่ ทีมไทยต้องการชัยชนะเท่านั้นเพื่อผ่านเข้ารอบ เนื่องจากเนเธอร์แลนด์มีโอกาสชนะเดนมาร์กสูงมาก ส่วนถ้ายูเครนแพ้ก็จะเสี่ยงตกรอบเช่นกันหากลูกได้เสียของอีกคู่มากกว่า 14 ประตู ทั้งสองคู่ซึ่งอยู่ในสาย D แข่งเวลาเดียวกัน โดยอีกคู่หนึ่งแข่งที่สนาม Mellringe

ไทยเดินทางไปที่สนามก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมงท่ามกลางฝนตกปรอย และชมฟุตบอลหญิงคู่โปแลนด์และเดนมาร์ก ที่จับมือกันผ่านเข้ารอบลอยลำแน่นอนไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เมื่อถึงเวลามีชาวไทยและชาวต่างชาติมาเชียร์ไทยกันอย่างคับคั่ง ห้าคนแรกที่โค้ชประดิษฐ์ สุริวัฒน์ส่งลงไปคือ ศุภชัย (4), ปฏิพล (5), สมศักดิ์ (9), อโณทัย (10) และสมวรรณ ผู้รักษาประตู (1) ส่วนอำนวยชัยที่บาดเจ็บข้อเท้าในนัดที่แล้วนั้น ฟื้นตัวกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมแล้ว

ไทยยิงประตูแรกได้ตั้งแต่นาทีที่ 5 จากฝีเท้าของศุภชัย หลังจากนั้นเกมเริ่มเดือดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยูเครนมาตีเสมอได้ในนาทีที่ 12 ก่อนที่จำลอง (7) จะอาศัยทีเผลอระหว่างการตั้งรับหน้าประตูของยูเครน ยิงเปรี้ยงทะลุช่องไปอย่างเฉียบคมในนาทีที่ 16 ยูเครนขอเวลานอกทันที ช่วงเวลาที่เหลือยังทำอะไรกันไม่ได้

เมื่อเริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 3 นาที อโณทัยยิงนำให้ไทยเพิ่มอีกหนึ่งลูก ไทยนำ 3-1 ทำให้ยูเครนเริ่มลนและเล่นเสียเองบ่อยครั้ง กองเชียร์ไทยใจชื้นได้ไม่นาน ยูเครนก็ตีตื้นขึ้นมาเป็น 3-2 จากลูกชุลมุนหน้าประตู และได้ประตูตีเสมอจากจุดโทษในนาทีที่ 33 กองเชียร์ไทยยังคงไม่ลดละ ให้กำลังใจนักเตะต่อไป และตะโกน "ไทยแลนด์สู้สู้"

อีกเพียงแค่หกนาทีที่เหลือ แต้มยูเครนยังคงไหลประหนึ่งน้ำเหนือจ่อกรุงเทพฯ เชือดไทยนิ่มๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่องอีก 4 ประตู ดับฝันไทยในการลุ้นแชมป์ขาดสะบั้น ลอยลำเข้ารอบด้วยผลชนะทุกทีมในสายสมลายแชมป์เก่า ท้ายเกมผู้ชมทั้งชาวไทยและเทศต่างวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของกรรมการในนัดนี้

เรื่องน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขันคือ คุณ Christof Niklaus ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคกีฬาฟุตบอล ของคณะกรรมการสากลสำหรับกีฬาคนหูหนวก (ICSD) มาแจ้งให้ทางทีมไทยทราบว่า มีการเปลี่ยนกติกาการแข่งขันให้นับรวมใบเหลืองแบบสะสมด้วย ทำให้นเรศซึ่งได้รับใบเหลืองสะสมมาจนครบสองใบแล้ว ไม่สามารถลงแข่งขันได้ในนัดนี้เสียอย่างนั้น

ช่วงเย็น เหล่าคนไทยโดยการนำของคุณสมพรเจ้าเก่า มาเลี้ยงข้าวและให้กำลังใจนักกีฬาที่ห้องอาหารของโรงแรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเสียงหัวเราะ นักกีฬาดัตช์มาร่วมแจมเช่นเคย เห็นแบบนี้แล้วก็พลอยให้รู้สึกดีตามไปด้วยครับ แม้ช่วงเช้าพวกเราทุกคนจะพบกับความผิดหวังมาก็ตาม

ทีมไทยยังต้องแข่งจัดอันดับต่อไปอีกสามเกม มาร่วมลุ้นให้ไทยได้อันดับที่ 9 กันครับ

นักกีฬาไทยและฮอลันดาสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

นักกีฬาไทยนั่งรอแข่งอยู่บนอรรธจันทร์ ระหว่างนั้นมีแฟนฟุตบอลหูหนวกมาขอถ่ายรูปด้วยอย่างสุขสันต์

ทีมไทยลงสนามในชุดสีขาว พบกับยูเครนในชุดสีธงชาติ

อโณทัย สาธิยมาส ผู้เล่นหมายเลข 10 กัปตันทีม

สมศักดิ์ ทองดี ผู้เล่นหมายเลข 9 ผู้เก๋าเกม

อำนวยชัย เพียขันทา ผู้เล่นหมายเลข 3 ที่บาดเจ็บข้อเท้าครั้งที่แล้ว ฟื้นตัวเร็วมาก

จำลอง บ่อนา ผู้เล่นหมายเลข 7

อโณทัยบิน!

ปฏิพล สิงห์แก้ว ผู้เล่นหมายเลข 5

ปฏิพลและอำนวยชัย ตัวโฉบบอลเลยครับในแมตช์นี้

ศุภชัย แซ่ตั้ง ผู้เล่นหมายเลข 5

กองเชียร์ไทยจำนวนไม่น้อย ทั้งชาวไทยและเทศ คุมโซนที่นั่ง E และ F

สมวรรณ ผู้รักษาประตู เซฟลูกฟรีคิกไว้ได้

คนนี้เขาแฟนคลับเยอะ ต้องขอลงอีกสักรูป

จังหวะเกือบได้ประตูของทีมไทยในช่วงท้ายเกม

สมวรรณ สีทาสังข์ ผู้เล่นหมายเลข 1

บรรยากาศกองเชียร์ชาวไทยบนอรรธจันทร์

หนุ่มสวีเดนคนนี้ก็เชียร์ทีมไทย

แอบถ่ายตอนนักกีฬาถ่ายรูปกับแฟนๆ

จำลองมีแฟนคลับมากเป็นพิเศษกว่าใครเพื่อน!

บรรยากาศชื่นมื่นในช่วงเย็น

นักกีฬากล่าวขอบคุณคนไทยในเออเรอบรูผ่านคุณชนินันท์ ล่ามภาษามือประจำทีม