Last Match
World Cup
2 : 1
ไทย vs ญี่ปุ่น
9.30 น. Friday 27/7/2012
สนาม Gölbaşı
Next Match

เกี่ยวกับการแข่งขันฟุตซอลหูหนวกชิงแชมป์โลก 2011

การแข่งขันฟุตซอลหูหนวกชิงแชมป์โลก หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า World Deaf Futsal Championships (WDFC) นั้น จัดขึ้นทุกๆ สี่ปี ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่สาม โดยมีเมืองเออเรอบรู (Örebro) หรือที่คนไทยเรียกกันว่าโอเรโบร ประเทศสวีเดน เป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 18–26 พ.ย. 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังหนาวทีเดียวครับ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง -2 ถึง 7 องศาเซลเซียส

การแข่งขันฟุตซอลหูหนวกชิงแชมป์โลกก่อนหน้านี้ จัดขึ้นมาแล้วสองครั้ง ในครั้งแรกจัดในปี 1996 ที่เมืองมาสทริชท์ (Maastricht) ทางตอนใต้ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 27 ต.ค.–2 พ.ย. 2539 โดยมีประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพียงเจ็ดประเทศ (อาเซอร์ไบจาน, เบลารุส, เบลเยียม, สาธารณรัฐเช็ก, เนเธอร์แลนด์, สหพันธรัฐรัสเซีย และสโลวาเกีย) และมีแข่งประเภทชายอย่างเดียว ในครั้งนั้น การแข่งขันจัดขึ้นในชื่อ World Deaf Indoor Football Championships ทีมที่ได้แชมป์ไปคือ เบลเยียม โดยชิงกับเนเธอร์แลนด์ ที่ผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศด้วยผลงานชนะเรียบทุกทีม (อ้างอิง)

หลังจากนั้นทิ้งระยะไปอีกถึงสิบเอ็ดปี ถึงมีการจัดชิงแชมป์โลกครั้งที่สองในชื่อ WDFC อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เมืองโซเฟีย (Sofia) เมืองหลวงของประเทศบัลแกเรีย รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ การแข่งขันครั้งนั้นจัดขึ้นในช่วงปลายปีเช่นกัน ระหว่างวันที่ 8–18 พ.ย. 2550 โดยมีประเทศเข้าร่วมถึง 26 ประเทศในประเภทชาย และ 10 ประเทศในประเภทหญิง และทีมชาติไทย โดยการนำของกัปตันทีม อโณทัย สาธิยมาส ก็สร้างชื่อเสียงก้องโลกด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกมาได้ ไทยแพ้ยูเครนไปอย่างเฉียดฉิว 3 ประตูต่อ 2 (อ้างอิง) ท่านสามารถชมบรรยากาศได้จากคลิปข่าวช่อง 5 ในห้องวิดีโอ และอัลบั้มภาพในเฟซบุ๊กของฟุตซอลหูหนวกโลกครับ

นักกีฬาไทย ถ่ายภาพร่วมกับนักกีฬายูเครน ก่อนแข่งในแมตช์ตัดสินแชมป์ ที่บัลแกเรียในปี 2007

ในฐานะที่ทางคณะกรรมการสากลว่าด้วยกีฬาคนหูหนวก (International Committee of Sports for the Deaf) มีความตั้งใจจะจัดการแข่งขันฟุตซอลหูหนวกชิงแชมป์โลกทุกๆ สี่ปี งานนี้จึงเวียนมาอีกครั้งในปลายปี 2554 ภายใต้การจัดงานของหัวเรือใหญ่อย่างสหพันธ์กีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศสวีเดน (Svenska Dövidrottsförbundet) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในทั้งสต็อกโฮล์มและเออเรอบรู ประเภทชายมีทีมเข้าร่วม 16 ประเทศ แบ่งเป็นสี่กลุ่ม ประเภทหญิงมีทีมเข้าร่วม 11 ประเทศ แบ่งเป็นสามกลุ่ม

ประเทศไทยเราส่งประเภทชายอย่างเดียว ซึ่งผ่านรอบคัดเลือกเข้ามางานนี้ ในฐานะแชมป์ของการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียและแปซิฟิคครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 21–24 พฤศจิกายน 2553 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยเอาชนะอิหร่านในแมตช์ชิงชนะเลิศไปถึง 6-3 (อ้างอิง)

การจับฉลากแบ่งกลุ่มจัดขึ้นที่สนามเวมบลีย์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2554 ผลคือทีมไทยอยู่ในกลุ่ม D ร่วมกับเนเธอร์แลนด์รองแชมป์โลกครั้งแรก ยูเครนแชมป์โลกครั้งที่สอง และเดนมาร์ก ทำให้ถือได้ว่างานหนักทีเดียวครับ แต่ทีมไทยเราก็พกความมั่นใจและความสามารถไปเต็มเปี่ยม จากการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างดีตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

สถานที่ที่ใช้แข่งขันมีสองแห่งคือ Mellringehallen และ Idrottshuset ในเมืองเออเรอบรู (ห่างจากกรุงสต็อกโฮล์มราว 200 กิโลเมตร) สนาม Idrottshuset มีความจุถึง 1,400 ที่นั่ง และจะเป็นสถานที่ที่ใช้ในนัดชิงชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ย. 2554 ด้วยครับ

สนาม Idrottshuset อายุกว่า 50 ปี

สำหรับตั๋วเข้าชม ราคา 50 โครนาสวีเดนต่อวัน (ประมาณ 230 บาท) สำหรับรอบแรก รอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบจัดอันดับ และราคา 100 โครนาสวีเดนต่อวัน (ประมาณ 460 บาท) สำหรับรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศครับ เด็กอายุ 12 ปีเข้าชมฟรีพร้อมผู้ปกครอง

ทีมไทยเดินทางบินตรงสู่สวีเดนในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. 2554 (เครื่องออกเวลา 00.45 น. ของวันที่ 15) ด้วยเที่ยวบิน TG960 ของสายการบินไทยครับ